 ต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วประเทศว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน รัฐบาลในขณะนั้นพยายามติดตามข่าวนี้ด้วยความเอาใจใส่ จอมพล ป.พิบูลสงครามนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศ โทรเลขสอบถามไปยังหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร แต่ก็ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงข่าวนั้นอยู่จนใกล้จะสิ้นเดือนสิงหาคมแล้ว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็ทรงรับสั่งว่ายังไม่ได้รับทราบเรื่องเช่นกัน |
|
Read more...
|
|
|
ก่อนวันพระราชพิธีอภิเษกสมรส วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภาณ์จุลจอมเกล้าฯ แด่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร วันอภิเษกสมรส ได้กำหนดจัดพระราชพิธีขึ้นในวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ก่อนวันราชาภิเษกซึ่งมีหมายกำหนดการให้มีขึ้นในวันที่ ๔-๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓
|
|
Read more...
|
 หลังจากวันพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสวันเดียวในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เสด็จไปพักฟ่อนพระราชอิริยาบถที่หัวหินก่อนที่จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ ๔-๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ |
|
Read more...
|
 เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๔-๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ นั้น มีกำหนดการพระราชพิธี ๕ วัน ดังนี้ |
|
Read more...
|
|
 พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ได้จัดขึ้นตามราชประเพณีโบราณในวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ โดยจัดให้มีพระราชพิธีในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน องค์ที่อยู่ติดกับพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินที่เรียกว่า เป็นที่ประสูติ และพระเจ้าแผ่นดินตะต้องประทับในพระที่นั่งองค์นี้ทุกพระองค์ |
|
Read more...
|
|
|
|
|
|