ความเป็นมา
ด้วยคราวที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชีนีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกร และสมาชิกนิคมสร้างตนเองสุคิริน ณ ศาลาทรงงานวัดโต๊ะโมะ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๗ ได้มีราษฎรบุตรหลานสมาชิกกลุ่มศิลปาชีพที่ยากจนเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลขอพระราชทานที่ดินทำกิน
จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองสุคิริน พิจารณาจัดตั้งหมู่บ้านศิลปชีพชีพขึ้นในเขตพื้นที่นิคมฯ สุคิริน โดยจัดที่ดินทำกินให้ครอบครัวละ ๓ ถึง ๕ ไร่ โดยดำเนินการในรูปแบบ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ให้คนอยู่อาศัยร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล และส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตร การปลูกพืชผักสวนครัวและงานศิลปาชีพต่าง ๆ ให้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“ให้แม่ทัพภาคที่ ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรและป่าไม้จังหวัดกำแพงเพชร จัดหาพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวบ้านเขาแม่พืช และบ้านแปลงสี่ โดยจัดที่ทำกินให้ครอบครัวละ ๕ ไร่ และให้มีการพัฒนาคุณถาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขา ตลอดจนส่งเสริมให้บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จะทำให้ขายสินค้าของที่ระลึกได้”
การดำเนินงานตามพระราชดำริ
นิคมสร้างตนเองสุคิริน ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม ๑๗ หน่วยงาน ดำเนินโครงการนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ เป็นต้นมา โดยร่วมกันจัดทำแผนแม่บทเพื่อดำเนินงานตามโครงการฯ มีเป้าหมายทั้งสิ้น ๕๐ ครัวเรือน และกรมประชาสงเคราะห์ได้อนุญาตให้นิคมฯ สุคิริน ใช้พื้นที่สงวนบริเวณบ้านไอปาโจหมู่ที่ ๑ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จำนวน ๗๕๐ ไร่ ทั้งนี้ได้ดำเนินการคัดเลือกบุตรหลานของสมาชิกศิลปาชีพที่ยากจนและราษฎรที่ยากจนในพื้นที่นิคมฯ สุคิรินรวมจำนวน ๓๕ ครอบครัว รวมทั้งมีการออกแบบวางผังหมู่บ้านและพื้นที่ทำกิน ก่อสร้างสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน
ภายหลังจากที่สมาชิกเข้าอยู่อาศัยในโครงการต่าง ๆ แล้วทางโครงการฯ ได้ประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ในพื้นที่ ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการเกษตรแบบผสมผสานแก่สมาชิกในเชิงอนุรักษ์ตามความเหมาะสมของพื้นที่ส่งเสริมให้ปลูกพืชผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน พืชสมุนไพร เลี้ยงไก่ เป็ดเทศ เพาะเห็ด สำหรับใช้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในระยะสั้น ส่งเสริมปลูกไม้ผลเศรษฐกิจ ได้แก่ เงาะ ลองกอง ทุเรียน ฯลฯ และปลูกแซมด้วย กล้วย มะนาว สะตอ มังคุด และหมาก เป็นต้น สำหรับรายได้ในระยะยาว ส่งเสริมการอนุรักษ์ดูแลพื้นที่ป่าต้นน้ำในพื้นที่โครงการอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้สมาชิกปลูกไม้โตเร็วชนิดต่าง ๆ ไว้ใช้สอยและเพิ่มพื้นที่ในโครงการฯ รวมทั้งส่งเสริมให้ปลูกพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบในงานศิลปาชีพ เช่น หวาย ย่านลิเภา เป็นต้น สนับสนุนเงินทุนในการประกอบอาชีพ ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ที่จำเป็นแก่สมาชิกโดยจัดตั้งเป็นกองหมุนเวียน ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มร้านค้าสวัสดิการในหมู่บ้านกลุ่มศิลปาชีพ กลุ่มปลูกหวาย และกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ป่า เป็นต้น ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพหลักสูตรต่าง ๆ รวมทั้งการฝึกทักษะงานศิลปาชีพเพิ่มเติม ณ พระราชวังสวนจิตลดา และพระตำหนักทักษิณ ราชนิเวศน์ ส่งเสริมและดูแลสุขภาพอนามัยแก่สมาชิกในโครงการ และจัดสวัสดิการแก่ผู้ด้อยโอกาสในโครงการ ได้แก่ เด็กพิการ ผู้สูงอายุ เด็กวัยเรียนที่ผู้ปกครองมีฐานะยากจนและเดือดร้อน โดยได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือจากสำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัด มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน C.C.F. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น รวมทั้งการเข้าให้ความช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ด้วย
ผลการดำเนินงาน
ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทำให้การดำเนินงานโครงการหมู่บ้านศิลปาชีพนิคมสร้างตนเองสุคิริน (บ้านเล็กในป่าใหญ่) ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ราษฎรในนิคมฯ มีความเป็นอยู่ที่ดิขึ้น มีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกเป็นของตนเอง และได้รับความรู้ที่เหมาะสมกับการประกอบอาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะการดำเนินการที่เกี่ยวกับงานศิลปาชีพ และการเกษตแบบผสมผสานที่ทำให้สมาชิกในโครงการฯ มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี ดังพระราชเสาวนีย์ที่ว่า
“สำหรับที่ข้าพเจ้าพูดถึงคนไทยชาวไทยอิสลามที่มีน้ำใจงดงามมากคือ ชาวอำเภอสุคิริน ที่ติดชายแดนไทย-มาเลเซีย ก่อนนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อ 20 กว่าปี เสด็จฯ ไปครั้งแรกทุกข์ยากมากกว่าจะไปถึง ท่านทุกข์ยากมากกว่าจะไปถึงถนนก็เป็นดินโคลนลื่น ขนาดใช้รถจี๊ป กว่าจะไปถึงก็แย่แล้ว ก็มีนิคมสร้างตนเองที่นั่น ประกอบไปด้วยชาวอีสาน ชาวไทยทางใต้ต่าง ๆ ไทยอิสลาม ไทยพุทธ คนอีสาน ซึ่งทางการได้แบ่งพื้นที่ให้สำหรับทำนา ทำไร่ เพราะว่าทางเข้าออกมันลำบากเหลือเกิน ซ้ำมีช้างป่า มีอะไรเค้าบอกว่าไหนจะสู้กับปัญหาการเงินแล้ว ยังต้องคอยหลบหลีกช้างเดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าไปพบยิ้มแย้มแจ่มใส่แล้วก็มีกำลังใจ แล้วมาขอพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพื้นที่ให้ขยายพื้นที่นิคมขึ้นสำหรับลูกหลานของเค้า ก็เกิดมีความศรัทธาขึ้นแล้ว ของเค้าที่เค้าทำเนี่ย นอกจากทำนายทำไร่แล้ว เลี้ยงไก่-เลี้ยงหมูแล้ว เค้ายังทำเกี่ยวกับสานลิเภา เส้นลิเภา สวยงามมากแล้ว ก็ยังมีการทอผ้า มีการปั้น แกะสลักฝีมือดีทั้งนั้นเลย...
นอกจากนั้นทางโครงการฯ ยังได้มีแผนที่จะนำสมาชิกที่เหลืออีก ๑๕ ครอบครัวเข้าอยู่ในนิคมสร้างตนเองสุคิริน เพื่อให้ครบตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งคณะทำงานในโครงการฯ จะดำเนินการต่อเมื่อทรงมีพระราชกระแสรับสั่งฯ เนื่องจากได้คัดเลือกราษฎรกลุ่มเป้าหมายเตรียมเข้าเป็นสมาชิกโครงการฯ ไว้แล้ว
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


