ความเป็นมา
โครงการ “บ้านเล็กป่าใหญ่” เกิดขึ้นเนื่องจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร ณ บ้านห้วยหล่อดูก ตำบลแม่ตื่น และตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๓
ระหว่างที่เสด็จประทับเฮลิคอปเตอร์จากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ไปยังบ้านห้วยหล่อดูกนั้น เฮลิคอปเตอร์ได้บินผ่านป่าอันกว้างใหญ่ของป่าอมก๋อยที่ครอบคลุมพื้นที่ในเขตตำบลยางเปียง ตำบลม่อนจอง แห่งอำเภออมก๋อย
ทรงทอดพระเนตรเห็นความหนาแน่นและความอุดมสมบูรณ์ของไม้ใหญ่ทุกต้นในผืนป่าแห่งนี้ อีกทั้งทรงทราบว่า มีสัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ อาทิ กวางผา และอื่น ๆ อาศัยอยู่ในบริเวณป่าแห่งนี้ และทราบด้วยว่าราษฎรอาศัยอยู่ในเขตนี้เป็นเวลานานแล้ว และราษฎรเหล่านี้มีความยากจนต้องอาศัยทรัพยากรในป่าเพื่อยังชีพ พระองค์ทรงห่วงใยทั้งตัวราษฎร สภาพป่า และสัตว์ป่า เกรงว่าสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและการรักษาป่าไม้จะถูกทำลายลง เกิดความเสียหายแก่ป่า ต้นน้ำลำธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตย์ป่าจะสูญพันธ์ เนื่องจากการทำลายสิ่งแวดล้อม การตัดไม้ทำลายป่า และการล่าสัตว์ป่าด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของราษฎรที่อาศัยทั้งในและนอกพื้นที่ จึงทรงมีพระราชดำริให้กำหนดแผนงานเร่งด่วนในการอนุรักษ์ป่าให้คงสภาพความสมบูรณ์ตลอดไป เพราะหากปล่อยไว้เฉยๆ อาจช้าไม่ทันการณ์
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้เกิดราษฎรที่อยู่อาศัยในพื้นที่นั้น ดังพระราชกระแสรับสั่งว่า
“ให้ป่าอยู่กับคนได้ คนอยู่กับป่าได้ โดยไม่มีการทำลาย”
“ความจริงชาวเขา เขาเดินอยู่ในป่าในเขาก่อนที่พวกเราจะเข้าไปเสียอก เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจเขา เราต้องช่วยเขา จะไปห้ามเขา ไปกวาดต้อนเขาลงมาอยู่พื้นล่างนั้นเขาอาจลำบาก ทำมาหากินยาก ดังนั้นจึงควรหาโครงการอะไรสักอย่างที่จะให้อยู่กับที่ไม่ขยายตัว”
“ให้กำหนดที่ให้เขาทำมาหากิน ชาวเขาเหล่านี้เป็นพวกทำการเพราะปลูกทั้งนั้น เขาอยู่ได้ด้วยการทำไร่ ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้เขามีผลผลิตมากขึ้นในพื้นที่ที่เราจำกัดได้”
“...ถ้าเราสามารถร่วมกันจัดระบบได้ดี คนกับป่าก็คงจะอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องทำลายซึ่งกันและกัน และแผ่นดินที่เสื่อมโทรมผืนนี้ ก็จะกลับคืนมาเป็นประโยชน์มหาศาลแก่พวกเรา...”
ด้วยพระเมตตาที่ทรงห่วงใยทั้งผืนป่าและชีวิตที่ยากไร้ของราษฎรที่อาศัยอยู่ในผืนป่าใหญ่แห่งนี้ จึงได้พระราชทานพระราชดำริแนวทางการอนุรักษ์ไว้ว่า
“ให้มีการดำเนินการอนุรักษ์สภาพป่าไม้บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอมก๋อย ตำบลแม่ตื่น ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ประมาณ ๑,๔๓๗,๕๐๐ ไร่ ให้คงมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ โดยดำเนินการ ๓ ประการ คือ ๑) รักษาสภาพป่าที่สมบูรณ์ไว้ไม่ให้ถูกทำลาย ๒) ฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลายให้คืนสู่สภาพธรรมชาติ โดยให้มีทั้งป่าธรรมชาติและป่าไม้ใช้สอย ๓) พัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรให้ดีขึ้น ทั้งนี้โดยให้มีอาชีพและที่ทำกินเป็นหลักแหล่งไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้ “คน” กับ “ป่า” อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนแบบคนรักป่า ป่าคุ้มคน ในลักษณะของ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” โดยให้ราษฎรเป็นผู้รักษาป่า”
สำหรับพื้นที่ที่ดำเนินการนั้นพระองค์ท่านทรงเลือกบ้านห้วยไม้หก ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย เป็นหมู่บ้านนำร่อง เพื่อจะได้ขยายไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ดังนั้น ในวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๓๔ สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือไปถึงแม่ทัพภาคที่ ๓ ขอความร่วมมือในการดำเนินโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ขึ้นและดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลอย่างจริง
การดำเนินงาน
การดำเนินงานโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ที่สำคัญคือ การแก้ปัญหา ความยากจนและสภาพแวดล้อม โดยดำเนินการขุดสระเพื่อการเลี้ยงปลา ส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นหลัก การปลูกพืชผักสวนครัว การจัดตั้งฝึกอบรม องค์กรแกนนำระดับหมู่บ้านเพื่อร่วมกันพัฒนาสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังเน้นการปลูกฝังจิตสำนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจัดการฝึกอบรมราษฎรในลักษณะเตรียมชุมชน เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่กลุ่มคณะกรรมการหมู่บ้าน กลุ่มผู้นำสตรี กลุ่มผู้นำสูงอายุ กลุ่มเยาวชนและนักเรียน ให้มีการแลกเปลี่ยนทัศนคติ โดยเฉพาะเน้นให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องป่าไม้เป็นพิเศษ เพื่อยับยั้งและขจัดปัญหาการบุกรุกทำลายป่า นอกจากนี้ยังจัดให้มีการปลูกต้นไม้ใช้สอยในชุมชน เช่น พันธุ์ไม้มะขาม สะเดา ฉำฉา ยูคาลิปตัส และส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า รวมทั้งการสอนการทอผ้ากะเหรี่ยงแบบกี่กระตุก
ด้วยทรงพิจารณาเห็นว่า ในระยะแรกของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ที่เริ่มต้นพัฒนาหมู่บ้านให้กับราษฎรในพื้นที่นั้นเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ราษฎรอาจปรับตัวตามไม่ทัน รายได้จากอาชีพเพิ่มชึ้นหลังจากที่เคยได้ลดลงไป จึงได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์ให้ก่อตั้งธนาคารข้าวขึ้นพร้อมกับข้าวสารจำนวน ๑๐ เกวียน เพื่อไว้ช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนข้าวในปีแรกของโครงการ
จากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการเตรียมการพัฒนาชุมชน ด้วยการจัดฝึกอบรมราษฎรให้มีความรู้ เกิดจิตสำนักในการอนุรักษ์ธรรมชาติ การจัดลักษณะหมู่บ้านในลักษณะคุ้มหรือหมวด การปรับปรุงสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน การจัดทำผังการใช้ที่ดินหมู่บ้าน และการสำรวจข้อมูลหมู่บ้าน
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานปรากฎว่า สามารถสร้างความเข้าใจและจิตสำนึกในการรักษาป่าให้แก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในแถบพทื้นที่เป้าหมายได้สำเร็จ ทั้งยังสามารถโน้มน้าวราษฎรเหล่านั้นให้ยุติการล่าสัตว์และการตัดไม้ทำลายป่า โดยในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๔ เป็นวันแห่งศูนย์รวมของดวงใจทุกดวงที่เคยเป็นนักล่า ราษฎรได้พร้อมใจกันนำเอาอาวุธปืนจำนวน ๑,๓๐๐ กระบอก ที่ใช้ในการล่าสัตว์และเครื่องมือที่ใช้ในการตัดทำลายป่าไม้มามอบให้เจ้าหน้าที่ของโครงการพร้อมกับปฏิบัติตนต่อหน้าเบื้องพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาคถ ในอันที่จะเลิกทำลายป่า แล้วหันมาช่วยกันดูแลสภาพป่าให้คงความสมบูรณ์ตลอดไป
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


