จุดเริ่มต้นของโครงการ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร บ้านห้วยหญ้าไซ หมู่ที่ ๙ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๔๒ เพื่อทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่โดยทั่วไปของราษฎรบ้านดังกล่าว ทรงพบว่าราษฎรสามารถดูแลรักษาพื้นที่ป่าให้คงสภาพอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของบริเวณนั้นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำลาวที่ไหลลงสู่แม่น้ำสรวย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดเชียงราย
จึงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการในลักษณะบ้านเล็กในป่าใหญ่เป็นการทดลอง เพื่อพิสูจน์ว่าเมื่อราษฎรได้รับการอบรม หรือมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่าไม้ ต้นน้ำลำธารอย่างถูกต้องแล้วก็จะสามารถอาศัยทำกินและพึ่งพาอยู่ร่วมกันกับป่าได้อย่างมีความสุข ไม่ก่อให้เกิดปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีพระราชดำริให้เสาะหาและคัดเลือกราษฎรชายไทยภูเขาที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และธรรมชาติ แต่ประสบปัญหาความยากจนและขาดที่ดินทำกินเข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวนั่นคือ ปรัชญาหรือนัยสำคัญของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ดังนั้นโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านอาข่า (เก่า) แม่ตาช้าง จึงได้ถือกำเนินขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
การดำเนินงานสนองพระราชดำริ
ปัจจุบันป่าไม้ได้เสื่อมโทรมไปมาก จากข้อมูลตัวเลขพบว่าพื้นที่ป่าไม้ของประเทศได้ลดลงเป็นอย่างมากในอัตราสูง กล่าวคือ ในปี ๒๕๐๔ มีพื้นที่ ๑๗๑ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๕๓.๓ ของพื้นที่ทั้งประเทศ และลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งปี ๒๕๔๑ เหลือ ๘๑.๐๘ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๒๕.๓ เฉลี่ยนลดลงประมาณ ๒.๔ ล้านไร่ต่อปี แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามอย่างจริงจังที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ ด้วยการปลูกป่าทดแทน ปรับปรุงและสงวนพื้นที่ที่ถูกทำลาย ให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ มีการอพยพราษฎรออกจากพื้นที่ป่าสงวน เพื่อให้การฟื้นฟูสภาพป่าเป็นไปอย่างจริงจัง แต่การบุกรุกทำลายป่ายังมีอยู่ต่อไป
ในการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริในการสำรวจพื้นที่จะจัดตั้งโครงการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตาช้าง กรมป่าไม้ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ จังหวัดทหารบกเชียงราย สำนักพระราชวัง ตลอดจนสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ได้ทำการสำรวจพบสภาพพื้นที่ป่าบริเวณต้นน้ำแม่ตาช้าง มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งโครงการ ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ที่ชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า เคยอยู่อาศัยทำกินและได้อพยพย้ายออกจากถิ่นฐานนั้นมนานแล้ว (จึงเป็นที่มาของคำว่า”เก่า ในชื่อโครงการ) พื้นที่แห่งนี้เหมาะสมที่จะดำเนินโครงการได้ เพราะมีสภาพเป็นป่ามีพื้นที่ราบที่เพียงพอสำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของราษฎร ไม่มีเส้นทางคมนาคมเข้า-ออก ซึ่งจังหวัดทหารบกเชียงรายในฐานะผู้รับสนองพระราชดำริโดยตรง ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่จัดทำแผนดำเนินงานพร้อมทั้งประสานกับสำนักพระราชวังเพื่อคัดเลือกราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าที่มีสภาพความเป็นอยู่ยากจน ไร้ที่ดินทำกิน มีอาชีพรับจ้าง และที่สำคัญอย่างยิ่งเป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าร่วมโครงการฯ ท้ายที่สุดก็ได้ราษฎรเผ่าอาข่าจากภูชีฟ้า อำเภเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย จำนวน ๙๖ คน จาก ๒๑ ครอบครัว ซึ่งมีฐานะยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน บางรายเป็นลูกจ้างแรงงานของชาวเขาเผ่าอื่น เช่น เผ่าม้ง ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ
หน่วยงานต่าง ๆ ได้สนองพระราชดำริ โดยยึดหลักการพัฒนาให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด โดยให้ชาวอาข่าเป็นผู้ออกแบบและสร้างบ้านตามวัฒนธรรมของตน การจัดหาแหล่งน้ำจากพื้นที่ด้วยการจัดทำฝายต้นน้ำลำธาร นำน้ำจากห้วยธรรมชาติผ่านลำเหมืองเล็ก ๆ เข้าสู่ระบบท่อไม้ไผ่ เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ทั้งยังเป็นการสร้างความชุ่มชื้นแก่ผืนป่าต้นน้ำลำธาร ขณะเดียวกันก็มิให้กระทบกระเทีอนกับราษฎรในพื้นที่ด้านล่างที่อาศัยน้ำจากลำห้วยเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้ปรับพื้นที่ทางการเกษตรให้สามารถเพาะปลูกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาข้าว เพราะเป็นสิ่งจำเป็นต่อราษฎรในชุมชนใหม่ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ พันธุ์ข้าวที่เหมาะสม คือ ข้าวพันธุ์เชียงรุ้งและข้าวพันธุ์ญี่ปุ่น มีการจัดสร้างศาลาอเนอกประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้ความรู้แก่ราษฎรในพื้นที่ พร้อมทั้งเป็นศาลาศิลปาชีพเพื่อส่งเสริมงานด้านศิลปาชีพสำหรับเป็นรายได้เสริมแก่ราษฎร นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศาลายาขึ้น เพื่อใช้เป็นที่รักษาและบรรเทาความเจ็บป่วยของราษฎรในเบื้องต้น และได้คัดเลือกตัวแทนของราษฎ ๓ คน มารับการอบคมความรู้ด้านสาธารณสุขเพื่อเป็นอาสาสมัครสาธาระสุขประจำหมู่ คอยดูแลความเป็นอยู่ของราษฎรในด้านสุขภาพอนามัย
ความก้าวหน้าของโครงการ:ราษฎรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น
เมื่อการดำเนินการจัดทำโครงการสร้างพื้นฐานแล้วเสร็จจึงได้เคลื่อนย้ายราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่พื้นที่โครงการ จากนั้นได้ประสานกับหน่วยราชการอื่นเพื่อเลี้ยงให้คำแนะนำต่าง ๆ ตลอดจนให้การสนับสนุนปัจจัยในการดำรงชีพในระยะเริ่มต้นโครงการ เช่น การสนับสนุนพันธุ์เป็ดเทศและสุกร เพื่อนำไปเลี้ยงและเป็นแหล่งอาหารโปรตีนประจำครอบครัว การปล่อยปลานิล ปลาไนลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนประจำหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังได้จัดตั้งธนาคารข้าวประจำหมู่บ้าน เพื่อให้ราษฎรได้มีข้าวบริโภคในช่วงที่ผลผลิตยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว และเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๔ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามความก้าวหน้าและทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่โครงการ ปรากฎว่าผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานสนองพระราชดำริที่ได้วางไว้ ส่งผลให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกเป็นของตนเอง ครอบครัวละประมาณ ๒ ไร่ ได้รับความรู้ที่เหมาะสมกับการประกอบอาชีพด้านเกษตร และมีจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้สภาพป่าในพื้นที่โครงการได้รับการฟื้นฟูเป็นอย่างดี ราษฎรมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องตามหลักสาธารณสุข นอกจากนี้ยังได้รับความรู้ตามหลักสูตรภาคบังคับจากสำนักงานการศึกษาโรงเรียนอำเภอแม่สรวย เพื่อพัฒนาตนเองและชุมชนในอนาคตต่อไป
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


