BelovedQueen

 
 
 
 

พระราชหฤทัยรักธรรมชาติ

อีเมล พิมพ์ PDF

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชหฤทัยอ่อนโดย เปี่ยมด้วยความเมตตา ทรงเอื้ออาทรต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์น้อยใหญ่มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงรักธรรมชาติ ทรงเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่นานาประเทศยกย่องและสดุดีพระเกียรติคุณ

เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ ภูพานราชนิเวศน์ ในตอนเย็นที่ทรงว่างจากพระราชภารกิจมักจะเสด็จพระราชดำเนินไปประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ ลานดุสิตาใกล้พระตำหนักเสมอ ลานแห่งนี้ มีอาณาบริเวณ ๕๐ ไร่ เต็มไปด้วยดอกไม้ป่านานาชนิดที่ได้พระราชทานชื่อว่า ดุสิตา มณีเทวา สร้อยสุวรรณและสรัสจันทร

พ.ศ. ๒๕๒๗ มีพระราชดำริให้ปลูกป่าเสริมป่าธรรมชาติขึ้นในพื้นที่รอบภูพานราชนิเวศน์ โดยให้จ้างราษฏรที่เคยมีอาชีพล่าสัตว์หรือรับจ้างตัดไม้จากบ้านลาดกะเฌอ และบ้านดงยอ อำเภอเมืองสกลนครจำนวนหลายสิบคน เป็นแรงงานปลูกพันธุ์ไม้ป่าเพิ่มเติมธรรมชาติบนลานดุสิตา และบนเนินเขาบริเวณใกล้เคียงที่จังหวัดเลย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อันเป็นขุนเขาสูงใหญ่ มีภูมิประเทศงดงามด้วยป่าธรรมชาติแบบผสมผสานระหว่างป่าเขตร้อนกับป่าเขตหนาว ซึ่งมีทั้งป่าไม้เบญจพรรณ ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ฯลฯ สายน้ำตก และทุ่งดอกไม้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถสนพระราชหฤทัยในสภาพภูมิประเทศและธรรมชาติอันแปลกแตกต่างกัน ตั้งแต่รอบเชิงเขาขึ้นไปจนถึงที่ราบบนภูหลวงสูง ๑,๒๐๐ – ๑,๕๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะแล ทุ่งกว้างเต็มไปด้วยกอกุหลาบแดง กุหลาบขาว ส้มแปะหรือพวงไข่มุก กล้วยไม้ดิน บนลานโขดหินมีเหง้าน้ำทิพย์เกาะอยู่เนืองแน่น ตามพื้นที่แฉะชื้นมีมอส ไลเคนฟองหิน เฟิร์น กล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์หายากขึ้นอยู่อย่างงดงาม

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จประพาสภูหลวงในระยะใกล้เคียงกันถึง ๓ ครั้ง ทรงเล่าถึงทิวทัศน์และกล้วยไม้รองเท้านารีที่ภูหลวง พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๖ ตอนหนึ่ง ว่า

“...เพราะว่าทราบดีว่า รองเท้านารีชนิดนี้ไม่ดีขึ้นที่ไหนนอกจากบนภูหลวง หาไม่พบที่ไหนในประเทศไทย แล้วก็บนภูหลวงเรานี่มีฤดูใบไม้ร่วงด้วย อย่างจะเห็นใบเมเปิ้ลสีแดงฉานก่อนที่จะเข้าร่วงลงมา และน้ำตกนี่แหละคือคุณสมบัติของป่า ที่เราต้องมีป่าเอาไว้ก็เพื่อช่วยบรรยากาศให้มีความสมดุลกัน ฝนลงถูกต้องตามฤดูกาล การที่เราตัดป่าไม้กันหมดนี่ ไม่ใช่ทำให้ไม้หมดจากป่าไปเท่านั้นนะ มันหมายถึงเราทำลายสภาพบรรยากาศข้างบนด้วย”....

ภาคเหนือ รอบพระตำหนัก ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่เลื่องลือถึงความงดงามของกุหลาบและดอกไม้หลากสีต่างพันธุ์ในพระราชอุทยาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเล่าถึงดอกกุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้ว่า

“...กุหลาบนี่ได้รับคำชมจากต่างประเทศว่า ไม่เคยเห็นกุหลาบที่ไหนงามเท่าที่พระตำหนักภูพิงค์ คิดว่าความสูงและอุณหภูมิกำลังเหมาะ...”

พันธุ์ไม้ที่ทรงห่วงใยยิ่งอีกชนิดหนึ่งคือ “ย่านลิเภา” ในภาคใต้ได้เสด็จพระราชดำเนิน ลงลุยพรุด้วยพระองค์เองเพื่อทอดพระเนตร “ย่านลิเภาสีดำ” ที่ขึ้นเฉพาะในพรุหรือริมพรุ และพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ในพรุ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านในการยังชีพให้อยู่ดี ทรงเล่าว่า การที่ต้องเสด็จพระราชดำเนินดั้นด้นลงไปในพรุด้วยพระองค์เอง เพราะทางส่งเสริมและฟื้นฟูให้ชาวบ้านที่ขัดสนยากในภาคใต้ สานกระเป่าย่านลิเภาจนได้รับความนิยมทั้งในประเทศเทศและต่างประเทศ ทรงห่วงใยว่าการเก็บย่านลิเภาใช้อย่างเดียว นับวันมีแต่จะหมดไป จึงทรงสนับสนุนให้ชาวบ้านเก็บย่านลิเภาอย่างถูกวิธี ไม่ให้สิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะการทดลองปลูกย่านลิเภาเสริมธรรมชาตินั้นยังไม่ประสบผลสำเร็จดีนัก

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่เป็นทรัพย์ในดินและสินในน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำจืด น้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม โดยทรงอนุรักษ์อย่างครบวงจรทั้งพืชและสัตว์ มีการฟื้นฟูขึ้นใหม่เพื่อส่งเสริมธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ตลอดจนให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกแก่พสกนิกร แนวการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพระองค์ จึงเป็นการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน เพราะนอกจากประสิทธิผลของโครงการตามพระราชดำริที่มีอย่างมากมายแล้ว ยังมีโครงการที่ทางราชการและเอกชนจัดทำอย่างต่อเนื่องเพื่อสนองพระราชดำริอีกเป็นอย่างมาก