ครูน้ำเย็น ขยัน จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ปัจจุบันเป็นครูสอนงานศิลปาชีพด้านงานแกะสลักไม้ ที่บ้านโม่งหลวง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งก่อนหน้าน้าสอนอยู่ที่ฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ตุงติง ครูน้ำเย็นได้เล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถว่า
หลังจากที่พระองค์แทนเสด็จ ฯ ลงพื้นที่หมู่บ้านโม่งหลวง ทำให้ราษฎรชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พออยู่พอกิน ไม่อดอยาก เนื่องจากได้พระราชทานอาชีพเสริม ให้ราษฎรในหมู่บ้านเมื่อว่างจากการทำเกษตรกรรม แต่เดิมราษฎรส่วนใหญ่จะทอผ้ามาก่อน งานแสลักไม้เพิ่งเริ่มทำเมื่อไม่กี่ปีมานี้ โดนนำเอาตอไม้สักที่ผุพังและมาแกะสลัก มีสมาชิกทั้งชาวเขาและชาวพื้นราบ ๔๐ คน ครูน้ำเย็นจะฝึกให้วาดภาพโครงร่างกระดาษก่อน เป็นภาพวิว สัตว์ เริ่มจากแกะสลักใบไม้จนชำนาญ และแกะสลักภาพนก จากนั้นก็เป็นรูปนกเกาะบนกิ่งไม้ งานแกะสลักต้องใช้ความอดทนสูง แต่ละชิ้นงานใช้เวลานาน แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่พอใจ เพราะรายที่ใกใหม่ ๆ จะได้เบี้ยเลี้ยงวันละ ๓๐ บาท ถ้าฝีกมือดีวันละ ๑๐๐ บาท จะใช้เวลาว่างหลังทำนา เมื่อสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ ฯ ในพื้นที่ คนที่ฝีมือจะได้เฝ้า ฯ พระองคืท่าน ทำให้สมาชิกทุกคนต่างพัฒนาฝีมือตนเองและเอาในใส่ในงานแกะสลักมากขึ้น งานของใครดีมีคุณภาพก็จะส่งเข้าวังสวนจิตรลดาครูน้ำเย็นเล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถเคยรับสั่งว่า “ต่อไปไม้สักจะไม่มีแล้ว ให้ใช้ไม้โมกมันแทน” ตอนนี้จึงนำไม้โมกมันรวมทั้งไม้อื่น ๆ เช่นไม้ขนุน ไม้ขี้เหล็ก มาลองแกะสลักดู แต่ความสวยงามของรายละเอียดอาจจะแพ้ไม้สักอยู่บ้าง เนื่องจากไม้สักลงรายละเอียดลวดลายได้มากกว่า
ครูน้ำเย็นซาบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณเมื่อพระองค์ท่ารับสั่งว่า
“งานทำได้สวยมาก สวยมาก ๆ ฝีมือประณีตมาก” และยังพระราชทานพระราชดำริให้ครูน้ำเย็นแกะสลักภาพดอกบัวด้วย ทำให้ตั้งปณิธานต่อตนเองว่าจะทำงานให้ดีที่สุดและจะถ่ายทอดความรู้ที่มีอยู่ให้ลูกศิษย์ทั้งหมด
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


