เมื่อปลาย พงศ. 2518 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่จังหวัดภาคกลาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังบางปะอิน เพื่อทรงเยี่ยมราษฎร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
ราษฎรได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา ทำให้ทรงทราบว่า ที่บางเสด็จน้ำท่วมปีละหลายเดือน ข้าวในนาล่มเสียหายติดต่อกันมาหลายปี อาชีพรองที่ราษฎรทำได้แก่ ทำอิฐ และเหลาไม้กานธูป ได้รับค่าแรงน้อยไม่พอเลี้ยงครอบครัว จึงยากจนกันมาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรำลึกถึงงานหัตถศิลป์ชาววังที่เคยทอดพระเนตรเห็นเมื่อยังทรงพระเยาว์ เป็นตุ๊กตาดินเผ่าตัวเล็กเท่าปลายนิ้วก้อย ทาสีเป็นผ้านุ่งผ้าห่ม และแต้มหน้าทาปาก ปั้นในอิริยาบถต่างๆ น่ารักมาก และมีพระราชดำริว่า ราษฎรบางเสด็จมีวัสดุในพื้นที่อยู่แล้วคือดินเหนียว จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาจารย์จากวิทยาลัยเพาะช่าง คือ นายจุลทรรศน์ พยาฆรานนท์ เป็นผู้ฝึกสอนปั้นตุ๊กตาชาววัง ตั้งศูนย์ฝึกขึ้นที่ศาลาการเปรียญวัดท่าสุทธาวาส ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นายจุลทรรศน์สอนอยู่ 6 เดือน ก็ปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถซื้อไว้ในระยะเริ่มต้น ทำให้ชาวบ้านมีกำลังใจ พอย่างเข้าปีที่ 2 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารีก็โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งพิธีไหว้ครูตามธรรมเนียมประเพณีไทย เป็นขวัญและสิริมงคลแก่ชาวบ้าน ศูนย์ตุ๊กตาชาววังที่บางเสด็จนี้ รวมกลุ่มกันเป็นเหมือนสหกรณ์ มีหัวหน้าศูนย์และกรรมการคอยดูแลในเวลาเดียวกัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดหากี่ทอผ้า และหาครูมาสอนทอผ้าฝ้าย โครงการทอผ้าฝ้ายดังกล่าวขณะนี้ยังมีการทออยู่ในจังหวัดอ่างทอง และพระนครศรีอยุธยาอย่างแข็งขัน เฉพาะที่อ่างทอง โรงทอผ้าตั้งอยู่ที่วัดสระแก้ว เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดสระแก้ว ได้พระราชทานเงินให้สร้างโรงทอผ้าและย้อมผ้าถาวร พร้อมกับพระราชทานชื่อว่า “สามัคคีสมาคาร” ผลิตผ้าฝ้ายเนื้อดีมาจำหน่ายในร้านจิตรลดา
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


