บ้านซิแบร หมู่ที่ ๔ ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชาวกะเหรี่ยง ตั้งหมู่บ้านมาเป็นเวลา ๑๐๐ ปีแล้ว แต่เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านตามชื่อหัวหน้า เดิมชื่อหมู่บ้านพะปุ๊ มาเป้นหมู่บ้านพะตู บ้านแม่ขุนเทย (ตามถิ่นที่อยู่ใกล้ลำห้วยแม่เทย) และบ้านซิแบร (หมายถึงไม้ราวรั้วที่มีลักษณะตรงงาม) มีประชากร ๑๐๗ ครอบครัว จำนวน ๔๖๑ คน
ราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพการเกษตร ทำข้าวไร่ ทำนาดำ เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู และไก่ รายได้ ส่วนใหญ่มาจากการรับจ้างภายในชุมชน และหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ระอา การค้าสัตว์เลี้ยง และค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในหมู่บ้าน ราษฎรมีรายได้เฉลี่ย ๘,๐๐๐ บาท ต่อปีต่อครัวเรือน บ้านซิแบรเป็นภูเขาสูงชัน มีที่ราบเพียงเล็กน้อย บริเวณหุบเขามีลำห้วยสายเล็ก ๆ ไหลผ่านพื้นที่ทำการเกษตร และกลางหมู่บ้าน บริเวณราอบ ๆ เป็นป่าดิบเขาที่ไม่ค่อยสมบรูณ์เพราะดินตื้น และชาวบ้านแผ้วถางป่าเพื่อขยายที่ทำกิน
เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๒ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จ ฯ เยี่ยมราษฎรที่ศูนย์ปฏิบัติการ โครงการอนุรักษ์สภาพป่าในพื้นที่ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ทรงทราบถึงความยากจน และความขาดแคลนข้าวที่ใช้บริโภคประจำวันของราษฎรกลุ่มบ้านซิแบรจำนวน ๔ หย่อมบ้าน ได้แก่ บ้านซิแบร บ้านปรอโพ หมู่ที่ ๗ บ้านห้วยยาบ บ้านห้วยขนุน หมู่ที่ ๘ ตำบลแม่ตื่น จึงได้พระราชทานข้าวสาร ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม ให้นำไปแจกจ่ายแก่ราษฎรทั้ง ๔ หมู่บ้าน ต่อมา ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชทานกระแสรับสั่งกับ พลโทสมหมาย วิชาวรรณ์ แม่ทัพภาคที่ ๓ ความว่า
“ราษฎรบ้านซิแบร หมู่ที่ ๗ ตำบลแม่ตื่น อำเภแอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีฐานะยากจน ขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคให้กองทัพภาคที่ ๓ พิจารณาหาทางช่วยเหลือทางด้านเกษตร ตลอดจนการสาธารณสุข และการศึกษา”
เมื่อวันที่ ๑๐ และ ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๒ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรกลุ่มบ้านซิแบร มีพระราชเสาวนีย์กับเจ้าหน้าที่โครงการอนุรักษ์สภาพป่าไม้พื้นที่อำเภออมก๋อยและราชเลขานุการในพระองค์ ให้จัดสร้างโรงฝึงทอผ้าที่บ้านซิแบร ให้มีข้าวบริโภคทั้ง ๔ หย่อมบ้าน จัดให้มีน้ำเพื่อการเกษตรตลอดปี ปล่อยพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นอาหารของหมู่บ้าน จัดตั้งกลุ่มเลี้ยงเป็ดเทศส่งเสริมให้เลี้ยงผึ้งพันธุ์พื้นเมือง เลี้ยงกบ สร้าง “ศาลารวมใจ” ซึ่งเป็นเสมือนห้องสมุดของชาวบ้าน คัดเลือกตัวแทนราษฎรเข้ารับการอบรม “หมอชาวหมู่บ้าน” ฯลฯ
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


